รวบหนุ่ม 19 กดเงิน 6 แสนให้ชาวจีน อ้างได้ค่าจ้างแค่พัน โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์
เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก ดำเนินการจับกุมผู้ต้องสงสัยวัย 19 ปี หลังพบพฤติการณ์พิรุธขณะยืนกดเงินสดจำนวนมากหน้าตู้เอทีเอ็ม โดยผู้ต้องสงสัยสวมหมวกกันน็อกเต็มใบเพื่อปิดบังใบหน้าอย่างชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่สงสัยจึงเข้าตรวจสอบและพบเงินสดมูลค่ากว่า 600,000 บาท ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน และมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติที่มักใช้ช่องทางนี้ในการรับโอนเงินจากผู้เสียหายจำนวนมาก

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องกล่าวหาเปิดเผยว่าได้รับจ้างจากบุคคลที่อ้างว่าเป็นชาวจีนให้เดินทางมากดเงินจากบัญชีธนาคารในกรุงเทพมหานคร โดยอ้างว่าได้รับค่าจ้างเพียง 1,000 บาทเท่านั้น ต่อมาผู้ต้องกล่าวหาได้สารภาพว่าเริ่มกระทำความผิดมาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา และมีการกระทำอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบพฤติการณ์พิรุธในการยืนกดเงินเป็นเวลานานโดยไม่สนใจบรรยากาศรอบข้าง ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟอกเงิน
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมออนไลน์ชี้ว่า กรณีแบบนี้พบได้บ่อยในกลุ่มมิจฉาชีพที่ต้องการใช้บัญชีกลางในการโอนเงิน ซึ่งผู้ค้ายาเสพติดหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์มักจ้างคนมาเปิดบัญชีหรือกดเงินแทน การกระทำนี้เป็นการนำตนเองไปเป็นเครื่องมือในการฟอกเงินจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายมหาศาลให้กับสังคมไทย ผู้กระทำผิดอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาฐานร่วมกระทำความผิดฟอกเงิน ซึ่งคดีอยู่ระหว่างตรวจสอบโดยพนักงานสอบสวน
เจ้าหน้าที่ตำรวจเตือนประชาชนว่าปัจจุบันมิจฉาชีพมีรูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการจ้างคนมาเปิดบัญชีหรือกดเงินแทน โดยมักล่อลวงด้วยค่าจ้างที่สูงเกินจริง หรือสร้างสถานการณ์เร่งด่วนให้เหยื่อรีบโอนเงิน ผู้เสียหายไม่ควรนำบัตร ATM ให้ผู้อื่นใช้เด็ดขาด และหากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยควรแจ้งตำรวจทันที เพื่อป้องกันการถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดร้ายแรงต่อไป
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!