ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
จากเจ้าของอาบอบนวดเครือเดวิสสู่ ส.ส. "จอมแฉ" ผู้เปิดโปงเรื่องใหญ่ของสังคมไทยนับสิบคดี
ประวัติ
ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เกิดเมื่อ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2504 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรคนสุดท้องของนายเจริญ และนางจำเนียร กมลวิศิษฎ์ จบการศึกษาระดับมัธยมที่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ และปริญญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา ต่อมาได้ปริญญาโทรัฐศาสตร์จากคณะรัฐศาสตร์ มธ. ในปี 2551
ชูวิทย์เริ่มประกอบธุรกิจด้วยการพัฒนาหมู่บ้านจัดสรร ก่อนเข้าสู่ธุรกิจสถานบริการ เปิดอาบอบนวดวิคทอเรีย ซีเคร็ท และขยายกิจการภายใต้เครือเดวิสกรุ๊ปจำนวน 6 แห่ง เขายังเป็นเจ้าของ โรงแรม The Davis Bangkok ถนนสุขุมวิทซอย 24 บนพื้นที่ราว 7 ไร่
ปี 2546 ชูวิทย์รื้อถอนร้านบาร์เบียร์กว่าร้อยแห่งในสุขุมวิทซอย 10 เพื่อสร้าง "สวนชูวิทย์" เป็นข่าวใหญ่ในขณะนั้น ต่อมาปี 2548 ลงเลือกตั้งและได้เป็น ส.ส. ก่อนถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่ง
ปี 2553 เขาก่อตั้ง พรรครักประเทศไทย และดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและ ส.ส. ระหว่างปี 2554–2556 ในสภา ชูวิทย์สร้างฉายา "จอมแฉ" จากการอภิปรายเปิดโปงบ่อนการพนัน ขบวนการทุจริต และเรื่องอื้อฉาวของบุคคลระดับสูง
หลังพ้นจากการเมือง ชูวิทย์ยังคงทำหน้าที่ "นักแฉอิสระ" ผ่านการแถลงข่าวและโซเชียลมีเดีย ปี 2565–2566 เขาเปิดโปงเครือข่าย "ทุนจีนสีเทา" และเว็บพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ ที่ภายหลังนำไปสู่คดีจริง รวมถึงการออกหมายจับเสี่ยโป้
ไทม์ไลน์ชีวิตและอาชีพ
-
2504เกิดที่กรุงเทพมหานคร
-
2520s–2530sสำเร็จการศึกษา มธ. / ซานดิเอโก และเริ่มธุรกิจ
-
2530sเปิดอาบอบนวดวิคทอเรีย ซีเคร็ท และขยายเครือเดวิสกรุ๊ป
-
2546 คดีเหตุรื้อบาร์เบียร์สุขุมวิทซอย 10
-
2548ลงเลือกตั้งและเป็น ส.ส. ครั้งแรก
-
2553ก่อตั้งพรรครักประเทศไทย
-
2554เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ
-
2556พ้นตำแหน่ง ส.ส. แต่ยังทำหน้าที่ "จอมแฉ" ต่อเนื่อง
-
2565–2566 แฉเปิดโปง "ทุนจีนสีเทา" และเว็บพนันออนไลน์
ผลงานและสื่อที่เกี่ยวข้อง
-
ธุรกิจ ·เครือเดวิสกรุ๊ป
อาบอบนวด 6 แห่งในกรุงเทพฯ
-
ธุรกิจ ·โรงแรม The Davis Bangkok
สุขุมวิท ซอย 24 กรุงเทพฯ
-
รายการ ·ช่อง "ชูวิทย์ CEO" (โซเชียลมีเดีย)
แถลงข่าวและวิเคราะห์เรื่องแฉ
มรดกและอิทธิพล
บทบาทของชูวิทย์ในฐานะ "นักแฉ" ทำให้เกิดการตรวจสอบเรื่องใหญ่ระดับประเทศหลายคดี เขาได้รับทั้งคำชมและคำวิจารณ์ แต่เป็นกรณีศึกษาที่โดดเด่นของ "ภาคประชาชนเชิงรุก" ในการเมืองไทย