ปรีดี พนมยงค์

ปรีดี พนมยงค์

ชื่อจริง ปรีดี พนมยงค์
บุคคลสาธารณะ นักเขียนบท ยุค ร่วมสมัย
77
อิทธิพล
2
เข้าชม
+11%
24 ชม.

ปรีดี พนมยงค์ (11 พฤษภาคม พ.ศ. 2443 – 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2526) บรรดาศักดิ์ อำมาตย์ตรี หลวงประดิษฐ์มนูธรรม เป็นนักกฎหมาย นักวิชาการ นักการทูต นักปฏิวัติ และรัฐบุรุษอาวุโสชาวไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 7 ใน พ.ศ. 2489 และดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ร...

เครดิตภาพ: Wikidata / Wikimedia Commons · ดูเงื่อนไขที่หน้าต้นทาง

ประวัติ

ปรีดี พนมยงค์ (11 พฤษภาคม พ.ศ. 2443 – 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2526) บรรดาศักดิ์ อำมาตย์ตรี หลวงประดิษฐ์มนูธรรม เป็นนักกฎหมาย นักวิชาการ นักการทูต นักปฏิวัติ และรัฐบุรุษอาวุโสชาวไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 7 ใน พ.ศ. 2489 และดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ระหว่าง พ.ศ. 2484 ถึง 2488 ปรีดีเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งและหัวหน้าคณะราษฎรสายพลเรือน และมีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 อันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ เขายังเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (เดิมคือมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง) และธนาคารแห่งประเทศไทย (เดิมคือธนาคารชาติไทย) ปรีดีถือกำเนิดในครอบครัวชาวนา ณ อำเภอกรุงเก่า มณฑลกรุงเก่า (ปัจจุบันคืออำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) แต่ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างกว้างขวาง สำเร็จการศึกษาจากเนติบัณฑิตยสภาเมื่ออายุเพียง 19 ปี และได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศสจนสำเร็จนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยปารีสใน พ.ศ. 2469 ระหว่างพำนักในฝรั่งเศส เขาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งคณะราษฎร และเมื่อกลับสู่ประเทศสยามได้เข้ารับราชการเป็นผู้พิพากษา ผู้ช่วยเลขานุการกรมร่างกฎหมาย และอาจารย์กฎหมายปกครอง ภายหลังการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 เขามีบทบาทสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญ และเสนอ "เค้าโครงการเศรษฐกิจ" อันสะท้อนแนวคิดสังคมนิยมประชาธิปไตย แม้แนวคิดนี้จะถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากฝ่ายอนุรักษนิยมจนต้องลี้ภัยในระยะหนึ่ง แต่เขาก็สามารถกลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนาและจอมพล แปลก พิบูลสงคราม โดยมีบทบาทในการปฏิรูประบบราชการ การบริหารท้องถิ่น และการเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาไม่เสมอภาคกับชาติตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ปรีดีได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ระหว่าง พ.ศ. 2484–2488 และเป็นผู้นำขบวนการเสรีไทยภายในประเทศ โดยดำเนินกิจกรรมต่อต้านรัฐบาลภายใต้ระบอบเผด็จการทหารของนายกรัฐมนตรีแปลก ซึ่งเป็นพันธมิตรกับจักรวรรดิญี่ปุ่นและฝ่ายอักษะ รวมถึงมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์และประกาศสงครามต่อฝ่ายสัมพันธมิตร รวมทั้งสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ปรีดีมีบทบาทสำคัญในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ไม่ให้ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในสถานะประเทศผู้แพ้สงคราม หลังสงครามยุติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร โปรดเกล้าฯ ยกย่องเขาในฐานะรัฐบุรุษอาวุโส อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งทางการเมืองทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะภายหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรใน พ.ศ. 2489 ซึ่งทำให้ปรีดีตกเป็นเป้าของข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึงสองครั้ง กระทั่งเกิดรัฐประหารใน พ.ศ. 2490 เขาจึงต้องลี้ภัยทางการเมือง ใน พ.ศ. 2492 ปรีดีร่วมมือกับพันธมิตรทางการเมืองเพื่อพยายามโค่นล้มรัฐบาลแปลก ผ่านเหตุการณ์กบฏวังหลวง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ทำให้สูญเสียอำนาจทางการเมืองอย่างถาวร เขาจึงลี้ภัยไปยังประเทศจีน และในเวลาต่อมาได้พำนักอยู่ในประเทศฝรั่งเศสโดยถาวร มิได้เดินทางกลับสู่ประเทศไทยอีกเลยจนถึงแก่อสัญกรรม ณ กรุงปารีส เมื่อ พ.ศ. 2526 ต่อมาใน พ.ศ. 2529 ได้มีการอัญเชิญอัฐิของเขากลับประเทศไทย พร้อมทั้งได้รับพระราชทานผ้าไตรในพิธีทักษิณานุประทานโดยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ปรีดีได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติอย่างสูง โดยมีการจัดตั้งอนุสรณ์ต่าง ๆ เพื่อระลึกถึงคุณูปการของเขา อาทิ วันปรีดี พนมยงค์ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ตลอดจนอนุสาวรีย์ รวมถึงสถานที่และสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดที่ได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา แม้ว่าปรีดีจะเคยตกเป็นเป้าของข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการมีส่วนเกี่ยวข้องในการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร แต่ศาลยุติธรรมได้มีคำพิพากษาให้เขาเป็นฝ่ายชนะในคดีหมิ่นประมาททุกคดีที่เขาเป็นโจทก์ฟ้องร้อง ปรีดีจึงยังคงได้รับการยกย่องอย่างต่อเนื่องในฐานะสัญลักษณ์ของนักประชาธิปไตย และนักต่อสู้ต่อต้านเผด็จการทหารในความทรงจำร่วมของสังคมไทย และใน พ.ศ. 2542 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประกาศยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก เนื่องในโอกาสครบ 100 ปีชาตกาล ในวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2543

โปรไฟล์นี้ดึงจาก Wikidata และ Thai Wikipedia โดยอัตโนมัติ จัดทำเพื่อเป็นดัชนีบุคคลไทยที่มีข้อมูลสาธารณะบนโลกออนไลน์ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามแหล่งอ้างอิงต้นทาง

ไทม์ไลน์ชีวิตและอาชีพ

  1. ข้อมูลสาธารณะ อ้างอิง
    มีหน้า Thai Wikipedia และข้อมูล Wikidata

    ระบบนำเข้าจากแหล่งข้อมูลสาธารณะโดยไม่ใช้ AI

    แหล่งข่าว →

มรดกและอิทธิพล

เป็นบุคคลไทยที่มีข้อมูลสาธารณะและถูกบันทึกในฐานข้อมูลสากล จึงถูกรวมไว้ในดัชนีชาวเน็ตคนดังของ chaownet

ข้อมูลรวบรวมจากสื่อสาธารณะเพื่อประโยชน์ทางสาระ/ข่าวสาร หากพบข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ต้องการให้เผยแพร่ โปรด ติดต่อทีมงาน chaownet