วันนี้ (1 ก.ย.69) นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดแนวทางสกัด “บุหรี่เวียนเทียน” หลังพบการนำบุหรี่ที่แจ้งเพื่อส่งออกแล้วลักลอบนำกลับเข้ามาขายในประเทศมากกว่า 500,000 ซอง
ตัวเลขดังกล่าวเป็นยอดที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ ไม่ใช่การประเมินว่าบุหรี่เถื่อนที่หมุนเวียนอยู่ในประเทศมีทั้งหมดเท่าใด ขณะที่มาตรการใหม่ยังอยู่ระหว่างรับฟังความเห็นและปรับปรุงกฎ
เปลี่ยนจากไม่เก็บภาษี เป็นเก็บก่อนขอคืน
ไทยโพสต์และอินโฟเควสท์รายงานว่า กรมสรรพสามิตเตรียมยกเลิกการยกเว้นภาษีที่ต้นทางสำหรับบุหรี่เพื่อการส่งออก แล้วเปลี่ยนเป็นให้ผู้ประกอบการชำระภาษีก่อนส่งออก หากส่งออกจริงจึงนำหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรมายื่นขอคืนภายหลัง
กรมสรรพสามิตมองว่าแนวทางนี้จะเพิ่มต้นทุนและความเสี่ยงของผู้ลักลอบ เพราะต้องสำรองเงินภาษี และต้องผ่านการตรวจสอบเอกสารว่ามีการส่งออกจริง
ยังอยู่ระหว่างทำประชาพิจารณ์
ฐานเศรษฐกิจรายงานว่า บุหรี่ที่ถูกส่งออกแล้ววนกลับเข้ามามักไม่มีภาพคำเตือนสุขภาพและมีบรรจุภัณฑ์แตกต่างจากบุหรี่ที่จำหน่ายในประเทศ กรมสรรพสามิตจึงต้องการปิดช่องโหว่ของสิทธิประโยชน์ทางภาษีส่งออก
อินโฟเควสท์ระบุว่า การปรับปรุงระเบียบอยู่ระหว่างทำประชาพิจารณ์ คาดว่าจะใช้เวลารับฟังความเห็นประมาณ 30 วัน ก่อนนำข้อสังเกตไปแก้ไขและเปิดรับฟังอีกครั้ง จึงคาดว่าจะเห็นความชัดเจนของมาตรการภายในสิ้นปี 2569
ภาษีบุหรี่อัตราเดียวรอความชัดเจนเดือนตุลาคม
นอกจากมาตรการบุหรี่เวียนเทียนแล้ว กรมสรรพสามิตยังศึกษาการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียว จากปัจจุบันที่จัดเก็บ 2 อัตรา คือ 25% สำหรับบุหรี่ราคาขายปลีกไม่เกิน 72 บาทต่อซอง และ 42% สำหรับบุหรี่ราคาสูงกว่านั้น
ไทยโพสต์และอินโฟเควสท์รายงานตรงกันว่า กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างรวบรวมความเห็นจากนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคาดว่าจะเสนอกระทรวงการคลังได้ภายในเดือนตุลาคม จึงยังไม่มีการประกาศใช้อัตราใหม่ในขณะนี้
