เศรษฐกิจ ไทยช่วยไทยพลัสงวดสุดท้าย เงินเข้า 1,000 บาท เช็กสิทธิถึง 30 ก.ย.
‹ กลับหน้าแรก เศรษฐกิจ

ไทยช่วยไทยพลัสงวดสุดท้าย เงินเข้า 1,000 บาท เช็กสิทธิถึง 30 ก.ย.

ใหม่
เผยแพร่
สถานะ 2 ชม.ที่แล้ว

ภาพจริงจากกรุงเทพธุรกิจและฐานเศรษฐกิจ · สรุปเงินเข้าและสิทธิเดือนกันยายน

ประชาชนใช้โทรศัพท์มือถือในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส

ประชาชนใช้สิทธิซื้อสินค้าในร้านค้า · ภาพจากกรุงเทพธุรกิจ

วันนี้ (1 ก.ย.69) กระทรวงการคลังโอนเงินโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” งวดที่ 4 ซึ่งเป็นงวดสุดท้าย จำนวน 1,000 บาท เข้าสู่ G-Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตังของผู้ได้รับสิทธิแล้ว ตั้งแต่เวลา 06.00 น.

เงินก้อนนี้เป็นวงเงินที่รัฐร่วมจ่าย ไม่ใช่เงินสดที่กดหรือโอนออกมาได้ ผู้ได้รับสิทธิต้องใช้กับร้านค้าและสินค้าในเงื่อนไขของโครงการภายในวันที่ 30 กันยายน 2569

งวดสุดท้าย ใช้ได้ถึง 30 กันยายน

รัฐบาลช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% โดยรัฐช่วยจ่ายไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน วงเงินรวมตลอดโครงการสูงสุด 4,000 บาทต่อคน แบ่งเป็นเดือนละ 1,000 บาท ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน

วงเงินที่เหลือในเดือนใดจะไม่ทบไปเดือนถัดไป ดังนั้นยอด 1,000 บาทของเดือนกันยายนต้องใช้ให้หมดภายในวันสิ้นสุดโครงการ หากพ้นกำหนดจะไม่สามารถนำมาใช้ต่อได้

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโทรศัพท์มือถือที่แสดงแอปเป๋าตัง
บัตรสวัสดิการและแอปเป๋าตังที่ใช้ตรวจสอบสิทธิ · ภาพจากกรุงเทพธุรกิจ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีวงเงินเข้าวันที่ 1 กันยายน

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมได้รับสิทธิประจำเดือนกันยายนผ่านบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด โดยวงเงินที่เข้าวันที่ 1 กันยายนประกอบด้วย เงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน และค่าเดินทางขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน

วงเงินส่วนนี้ถอนเป็นเงินสดไม่ได้และไม่สะสมในเดือนถัดไป แยกจากเงินไทยช่วยไทยพลัสที่เข้า G-Wallet ในเป๋าตัง จึงควรตรวจสอบช่องทางและยอดสิทธิให้ถูกต้องก่อนใช้จ่าย

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในมือประชาชน
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับใช้สิทธิเดือนกันยายน · ภาพจากฐานเศรษฐกิจ

วันที่ 18 กันยายน เงินเพิ่มเฉพาะผู้พิการ

ฐานเศรษฐกิจและไทยพีบีเอสระบุว่า วันที่ 18 กันยายน ผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการและเข้าเกณฑ์จะได้รับเงินเพิ่มเบี้ยความพิการอีก 200 บาทต่อเดือน ผ่านบัญชีที่ใช้รับเบี้ยความพิการตามเงื่อนไข

ผู้ถือบัตรควรตรวจสอบยอดผ่านช่องทางของกรมบัญชีกลางหรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และระวังการหลอกขอรหัสผ่านหรือข้อมูลส่วนตัวจากผู้แอบอ้างช่วยกดรับสิทธิ

อ้างอิง / ที่มาภาพ: กรุงเทพธุรกิจ · ไทยพีบีเอส · ฐานเศรษฐกิจ · รัฐบาลไทย