เมนูชาวเน็ต

เข้าถึงทุกส่วนของเว็บได้ใน 1 แตะ

รวบหนุ่มภูเก็ตซุกลิงลมให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป โทษหนักปรับ 5 แสน คุก 5 ปี
สังคม ข่าว 28 เม.ย. 2026, 06:57 · อ่าน 1 นาที · 1 ครั้ง

รวบหนุ่มภูเก็ตซุกลิงลมให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป โทษหนักปรับ 5 แสน คุก 5 ปี

ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในวงการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เมื่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมชายหนุ่มรายหนึ่งที่มีพฤติการณ์นำสัตว์ป่าคุ้มครองมาใช้ในการค้าบริการนักท่องเที่ยวได้สำเร็จ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวเน็ตให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นการละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรงและอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในสายตาชาวต่างชาติ

การลงพื้นที่จับกุมในครั้งนี้นั้น เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรกะรน เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งตรวจตราพื้นที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่า เมื่อทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบได้พบชายต้องสงสัยกำลังอุ้มสัตว์ชนิดหนึ่งซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันว่าเป็นลิงลม หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ นางอาย (Colugo) โดยสัตว์ชนิดนี้จัดอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 การที่ผู้ต้องสงสัยนำสัตว์ดังกล่าวออกมาเร่ขายบริการให้นักท่องเที่ยวได้ทำการถ่ายรูปเพื่อแลกเป็นรายได้ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจนและเป็นการละเมิดสิทธิของสัตว์ป่าโดยตรง ลิงลมเป็นสัตว์หากินเวลากลางคืนและมีความอ่อนไหวต่อแสงสว่างสูงมาก การนำมาให้ถ่ายรูปในเวลากลางวันจึงไม่เหมาะสมกับธรรมชาติของสัตว์

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่เพื่อควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อชายรายดังกล่าวได้แสดงพฤติกรรมดื้อรั้นและพยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่เพื่อให้สามารถหลบหนีการจับกุมได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จึงต้องใช้มาตรการเข้มงวดในการควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ปัจจุบันผู้ต้องสงสัยอยู่ระหว่างถูกควบคุมตัวและอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดฐานค้าขายสัตว์ป่าและทำร้ายเจ้าหน้าที่ รวมถึงการกระทำความผิดอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง

สำหรับโทษทางกฎหมายที่ผู้กระทำผิดจะต้องเผชิญนั้น มีความรุนแรงสูงตามประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า หากศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิดจริง ผู้กระทำผิดมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งนับเป็นโทษหนักเพื่อสร้างเกราะป้องกันไม่ให้มีการลักลอบค้าสัตว์ป่าเกิดขึ้นอีก ทั้งยังเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักถึงการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ กรณีดังกล่าวยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมถ่ายภาพกับสัตว์ป่า หากพบเห็นการกระทำเช่นนี้ควรหลีกเลี่ยงและไม่สนับสนุน เพราะการนำสัตว์ป่ามาเลี้ยงในสภาพที่ไม่เหมาะสมจะทำให้สัตว์เกิดความเครียดและอาจทำร้ายนักท่องเที่ยวได้ รวมถึงยังเป็นการส่งเสริมวงจรการล่าสัตว์ป่าโดยไม่จำเป็น การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบจึงเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการแสวงหาความบันเทิงชั่วคราว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศและชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตต่อไป

❤ ถูกใจ (0)

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!