อดีตรมต.-ผู้เชี่ยวชาญ UN จี้อาเซียนเลิกแผน 5 ข้อ ใช้มาตรการแข็งกร้าวต่อเมียนมา
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและอดีตผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ (UN) ร่วมกันออกแถลงการณ์เรียกร้องให้สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ยกเลิกฉันทามติ 5 ข้อ ที่ใช้เป็นแนวทางในการจัดการกับวิกฤตในเมียนมา พร้อมหันมาใช้มาตรการที่แข็งกร้าวมากขึ้น หลังจากเมียนมายังคงละเมิดข้อตกลงและใช้ความอดทนของอาเซียนเป็นช่องทางในการปราบปรามประชาชนอย่างต่อเนื่อง

แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 โดยอดีตผู้เชี่ยวชาญของ UN และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศจากหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่าฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน ซึ่งรวมถึงการหยุดยิง การเจรจา และการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไม่ได้ผลในการยุติความรุนแรงในเมียนมา เนื่องจากรัฐบาลทหารเมียนมายังคงใช้กำลังโจมตีฝ่ายตรงข้ามและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง
อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฯ กล่าวว่าอาเซียนควรเปลี่ยนแนวทางจาก 'การมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์' ไปสู่การใช้มาตรการที่แข็งกร้าว เช่น การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การระงับการให้ความช่วยเหลือทางการทูต และการสนับสนุนการดำเนินคดีอาชญากรรมสงครามระหว่างประเทศ เพื่อกดดันให้รัฐบาลทหารเมียนมายุติความรุนแรงและกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย

ผลกระทบจากข้อเรียกร้องดังกล่าวอาจทำให้อาเซียนต้องทบทวนนโยบายที่มีต่อเมียนมาอีกครั้ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ อาเซียนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าอ่อนแอเกินไปในการจัดการกับวิกฤตที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี ขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์และรัฐบาลเงาแห่งชาติเมียนมา (NUG) เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลทหาร
ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือเพิ่มเติมในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งต่อไป
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!