เมนูชาวเน็ต

เข้าถึงทุกส่วนของเว็บได้ใน 1 แตะ

กมธ.อว. รับฟังเอกชน แนะเร่งสร้างระบบเรียนรู้ตลอดชีวิตรับตลาดแรงงาน
ข่าวเด่น ข่าว 11 มิ.ย. 2026, 14:08 · อ่าน 1 นาที · 0 ครั้ง

กมธ.อว. รับฟังเอกชน แนะเร่งสร้างระบบเรียนรู้ตลอดชีวิตรับตลาดแรงงาน

คณะกรรมการกิจการวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กมธ.อว.) ของสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนครั้งสำคัญ เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาระบบการศึกษาและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจในปัจจุบัน การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการโดยตรง นำไปสู่การเสนอแนะนโยบายที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานอย่างแท้จริง สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักของรัฐบาลในการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาให้ทันสมัยและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

ผู้แทนจากสภาหอการค้าไทย และสมาคมสตาร์ทอัพไทย ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะ กมธ.อว. โดยประเด็นหลักที่หยิบยกขึ้นมาพูดถึงคือ ความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางการศึกษา จากเดิมที่มุ่งเน้นการสะสมความรู้ไปสู่วิชาชีพ ไปสู่การสร้างทักษะที่พร้อมใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างระบบเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อให้ประชากรวัยทำงานสามารถพัฒนาทักษะใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา ไม่จำกัดอยู่เพียงในช่วงวัยเรียน ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างระหว่างทักษะที่เรียนมาและความต้องการของนายจ้างได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ การเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัย อุตสาหกรรม และสตาร์ทอัพ ยังถูกเสนอให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ภาคเอกชนชี้ให้เห็นว่าสถาบันการศึกษาต้องเปิดกว้างในการรับฟังความต้องการของภาคธุรกิจ เพื่อนำไปออกแบบหลักสูตรที่ผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพตรงตามความต้องการของตลาด การเปลี่ยน "ทุนความรู้" ที่มีอยู่ในประเทศ ให้กลายเป็น "พลังการแข่งขัน" ทางเศรษฐกิจ เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมภายในประเทศ

เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งเป็นปัจจัยที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตในยุคปัจจุบัน หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งรัดการดำเนินงาน เพื่อให้มั่นใจว่าแผนงานดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายในกรอบเวลาที่กำหนด โดยหวังว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการพัฒนาประเทศภายในเวลาอันใกล้

ความเห็นจากภาคเอกชนยังระบุว่าการสนับสนุนนวัตกรรมและการทำวิจัยควรได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์ได้ทันที การสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของสตาร์ทอัพควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมเดิม จะช่วยให้เกิดการจ้างงานคุณภาพสูงและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน รวมถึงการส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีใจรักในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

สถานการณ์ปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าความท้าทายด้านทรัพยากรมนุษย์ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ การรับฟังเสียงจากภาคเอกชนในครั้งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการผลักดันนโยบายที่นำไปสู่การปฏิบัติจริงในเร็ววัน เพื่อให้ระบบการศึกษาไทยสามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อเหตุการณ์

❤ ถูกใจ (0)

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!