กรมสุขภาพจิตเตรียมทีมเยียวยาจิตใจเหตุรถไฟชนรถเมล์ อโศก ขอประชาชนงดแชร์ภาพสะเทือนใจ
กรมสุขภาพจิต ได้ประกาศความพร้อมในการลงพื้นที่เพื่อเยียวยาจิตใจประชาชนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รถโดยสารสาธารณะชนกับรถไฟบริเวณแยกอโศกมนตรี ซึ่งสร้างความตกใจและความสูญเสียให้กับผู้ประสบเหตุและครอบครัวอย่างร้ายแรง ทางกรมฯ ได้จัดเตรียมทีมปฏิบัติการจิตเวชฉุกเฉิน หรือ MCATT (Mobile Crisis Assessment and Treatment Team) ให้พร้อมปฏิบัติงานทันที เพื่อประเมินและช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตเบื้องต้นแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ดังกล่าว

การเตรียมความพร้อมของทีมนี้มุ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาที่เหมาะสมหลังเกิดเหตุ เพื่อป้องกันภาวะความเครียดเฉียบพลันที่อาจลุกลามไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจิตเวชจะเข้าไปดูแลผู้ประสบเหตุ ครอบครัว และผู้ที่มีบทบาทในการช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุ โดยมุ่งเน้นการสร้างความปลอดภัยทางจิตใจและลดความตระหนกตกใจที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เพื่อลดโอกาสการเกิดโรคเครียดหลังประสบภัยร้ายแรง หรือ PTSD ในอนาคต
นอกจากนี้ กรมสุขภาพจิต ยังได้ขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ให้ละเว้นการเผยแพร่รูปภาพหรือวิดีโอที่แสดงความรุนแรงหรือภาพสะเทือนใจจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงการใช้อุปสรรคหรือพาดหัวข่าวที่เกินจริงเพื่อเรียกยอดการเข้าชม การแชร์ภาพลักษณะดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ประสบเหตุและญาติผู้เสียชีวิต จนอาจเกิดภาวะความทรงจำที่เจ็บปวดกลับเข้ามาซ้ำเติม หรือที่เรียกว่า Secondary Trauma ซึ่งอาจสร้างความเจ็บปวดซ้ำซ้อนให้มากกว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นแล้ว และเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลในยามวิกฤต

การกระทำดังกล่าวอาจกระทบต่อกระบวนการเยียวยาจิตใจในระยะยาว และสร้างความไม่สบายใจให้กับสังคมโดยรวม ซึ่งกรมสุขภาพจิตตระหนักดีว่าสังคมไทยมีความห่วงใยต่อเหตุการณ์นี้ แต่การส่งต่อข้อมูลที่เป็นประโยชน์และไม่นำไปสู่ความเสียหายเพิ่มเติมคือสิ่งจำเป็นที่สุด ประชาชนที่สามารถช่วยเหลือได้คือการให้กำลังใจและเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้ประสบเหตุ โดยไม่เข้าไปแทรกแซงพื้นที่เกิดเหตุหรือรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่
หากประชาชน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องรู้สึกว่ามีอาการผิดปกติทางจิตใจ เช่น นอนไม่หลับ มีฝันร้าย หรือมีความกระวนกระวายจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ทันทีผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเข้ารับการประเมินที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน โดยกรมสุขภาพจิตพร้อมจะสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็นในการฟื้นฟูสุขภาพจิตของประชาชนให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
มาตรการดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรฐานสากลในการจัดการเหตุการณ์วิกฤต ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของสิทธิความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยทางจิตใจของผู้ประสบเหตุ การช่วยเหลือด้านจิตใจถือเป็นส่วนสำคัญไม่น้อยไปกว่าการช่วยเหลือทางการแพทย์ทางกาย และต้องได้รับการบูรณาการกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ต่อไป
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!