ทรัมป์กลับถึงทำเนียบขาว ชี้เยือนจีนประสบความสำเร็จ แต่ยังจับตาปมไต้หวัน-อิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางกลับถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเสร็จสิ้นการเยือนจีนเป็นเวลา 3 วัน โดยผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าการหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง แม้จะยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันในหลายประเด็นสำคัญ

ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว ทรัมป์กล่าวถึงผลการเยือนว่าเป็นการเจรจาที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งที่เขาเคยมีกับผู้นำจีน โดยเฉพาะในด้านการค้าและความมั่นคง อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ในไต้หวันและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ประเด็นไต้หวันยังคงเป็นปมที่เปราะบาง เนื่องจากจีนย้ำจุดยืนว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และคัดค้านการที่สหรัฐฯ ขายอาวุธให้กับไต้หวัน ขณะที่ทรัมป์กล่าวว่าเขาได้พูดคุยกับสี จิ้นผิง เกี่ยวกับความจำเป็นในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค โดยสหรัฐฯ ยังคงยึดมั่นในนโยบายจีนเดียว

ด้านอิหร่าน สหรัฐฯ ยังคงกดดันจีนให้ลดการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐฯ กลับมาบังคับใช้หลังถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ ทรัมป์ระบุว่าจีนให้คำมั่นจะพิจารณาลดการนำเข้า แต่ยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ การเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศยังคงดำเนินต่อไป โดยทรัมป์ระบุว่าจีนตกลงที่จะเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เพื่อลดการขาดดุลการค้า แต่ยังไม่มีการลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าความสำเร็จของการเยือนครั้งนี้ยังต้องรอดูผลในระยะยาว
การเยือนจีนของทรัมป์เกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดเอเปกที่ปาปัวนิวกินี ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ จะไม่เข้าร่วม แต่จะส่งรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ไปแทน ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่าทรัมป์จะใช้ผลลัพธ์จากการเยือนจีนเพื่อสร้างความได้เปรียบในการเจรจาการค้ากับชาติอื่นๆ หรือไม่
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!