รอง สวป.เมาจยย.ลื่นลงข้างทาง ชักปืนลั่นใส่กู้ภัย ผกก.กุดจับสั่งสอบ
พ.ต.อ.อัมรินทร์ อยู่เย็น ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกุดจับ ได้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวทันทีหลังจากได้รับรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดความคลางแคลงใจในกระบวนการยุติธรรม และเพื่อรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจให้เป็นที่ไว้วางใจของประชาชน

เหตุการณ์ดังกล่าวมีขึ้นเมื่อเวลา... รองสารวัตรฝ่ายปกครอง ซึ่งประจำการอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรกุดจับ ได้ขับรถจักรยานยนต์และเกิดอุบัติเหตุเสียหลักลงข้างทางตามรายงานเบื้องต้น จากการสอบสวนเบื้องต้นพบเบาะแสว่าผู้ต้องสงสัยอาจมีภาวะมึนเมาอยู่ก่อนเกิดเหตุ ก่อนที่ทีมกู้ภัยจะเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัย
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือเพื่อความปลอดภัย ผู้ต้องสงสัยกลับนำอาวุธปืนประจำตัวออกมาและชักไกปืนลั่นเสียงดังออกไปใส่ทีมกู้ภัยที่เข้าใกล้ ซึ่งจากการตรวจสอบทางเทคนิคพบว่ากระสุนที่ปล่อยออกมาเป็นกระสุนด้าน ไม่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตหรือบาดเจ็บแต่อย่างใด แต่เสียงดังและความเสี่ยงจากการใช้อาวุธเป็นสิ่งที่สร้างความตกใจให้กับผู้ช่วยเหลือ

การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกล่าวหาในกรณีนี้ ถือเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อระเบียบวินัยและความน่าเชื่อถือของสถาบันตำรวจอย่างร้ายแรง แม้จะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุน แต่การใช้อาวุธปืนในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็นและอาจสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชนนั้นเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด โดยเฉพาะในกรณีที่มีประชาชนทั่วไปเข้าไปช่วยเหลือ
นอกจากนี้ หน้าที่ของรองสารวัตรฝ่ายปกครองยังต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติราชการ การใช้อาวุธปืนต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัด การกระทำที่ปล่อยปละละเลยอาจนำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาตหรือถูกสั่งพักงานได้

ทางสถานีตำรวจภูธรกุดจับ อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ โดยจะพิจารณาจากพยานหลักฐาน เบี้ยความ และคำให้การของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การดำเนินการทางวินัยและทางกฎหมายตามความเหมาะสม หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงทางเจ้าหน้าที่จะไม่มีการปกปิดหรือละเว้นการลงโทษแต่อย่างใด
กรณีนี้ยังสะท้อนถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายในยามวิกฤต ซึ่งจะเป็นแนวทางในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต หน่วยงานเกี่ยวข้องจะติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิดและเปิดเผยผลสอบตามความเหมาะสม
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!