เมนูชาวเน็ต

เข้าถึงทุกส่วนของเว็บได้ใน 1 แตะ

ตร.ชี้แจงปมภาพบิ๊กก้องร่วมเฟรมมือขวาสแกมเมอร์ ยันเป็นการหารือปราบปรามข้ามแดน
อาชญากรรม ข่าว 28 เม.ย. 2026, 04:56 · อ่าน 1 นาที · 0 ครั้ง

ตร.ชี้แจงปมภาพบิ๊กก้องร่วมเฟรมมือขวาสแกมเมอร์ ยันเป็นการหารือปราบปรามข้ามแดน

การแพร่กระจายของภาพในสื่อสังคมออนไลน์เมื่อไม่นานมานี้ ได้สร้างความกระวนกระวายใจให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง เมื่อมีภาพของพลตำรวจโทจิรภพ ภูริเดช หรือที่รู้จักกันในชื่อ บิ๊กก้อง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปรากฏร่วมกับบุคคลที่สังคมคุ้นเคยในนามของก๊ก อาน ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ การปรากฏตัวดังกล่าวถูกหยิบยกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในวงสนทนาอินเทอร์เน็ต โดยมีความกังวลว่าอาจมีความสัมพันธ์ที่มิชอบระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงกับตัวแทนกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งหากมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีความเกี่ยวข้องกันจริง จะกลายเป็นข้อครหาที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกรมตำรวจอย่างมาก

ต่อมาทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาให้ข้อมูลชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อคลายความสงสัย กรณีดังกล่าวเป็นการยืนยันว่าภาพที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียเป็นภาพจากกิจกรรมการประชุมทางการเมื่อปี พุทธศักราช 2567 โดยเป็นภาพคณะทำงานร่วมกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของประเทศกัมพูชา ในวาระการหารือเพื่อประสานความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์ การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่ซับซ้อนซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชนในภูมิภาค และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในการดำเนินคดีกับเครือข่ายสแกมเมอร์ที่หลบหนีข้ามแดน

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าในขณะนั้นเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนทางราชการที่ถูกต้อง โดยไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับบุคคลในภาพแต่อย่างใด ข้อมูลที่ได้รับชี้ว่าทั้งสองฝ่ายไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และภาพที่ถูกระบุว่าเป็นหลักฐานเชิงนัยยะนั้น เป็นเพียงภาพบันทึกการประชุมร่วมเพื่อแสดงถึงเจตจำนงในการร่วมมือกันสกัดกั้นเครือข่ายสแกมเมอร์เท่านั้น การชี้แจงนี้มุ่งเน้นเพื่อปกป้องชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พร้อมทั้งยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากมีข้อครหาใดๆ ต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ จะถูกกล่าวหาและอยู่ระหว่างตรวจสอบตามกระบวนการกฎหมายอย่างยุติธรรม

เรื่องดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงกระแสความตื่นตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและการตรวจสอบถ่วงดุลในสังคมประชาธิปไตย แม้การชี้แจงจะออกมาแล้ว แต่ประเด็นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและการตรวจสอบที่มาของภาพยังคงเป็นหัวข้อที่ถูกถกเถียงในวงกว้าง ประชาชนยังคงจับตามองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไรต่อไปเพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการทำงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีข้อครหาใดๆ จนกว่าจะมีความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังอยู่ในความสนใจของสังคมอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามความคืบหน้าของกรณีนี้ โดยเน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติงานที่ตรวจสอบได้และปฏิบัติตามระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างภาครัฐกับประชาชนเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อไม่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรบังคับใช้กฎหมายในอนาคต การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องจะเป็นแนวทางสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นของสังคมต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

❤ ถูกใจ (0)

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!