นก จริยา เผยป่วยแพนิก 5 ปี กลัวอัลไซเมอร์ จนจำลูกตัวเองไม่ได้
นักร้องและนักแสดงระดับตำนานอย่าง นก จริยา ได้เปิดใจถึงปัญหาสุขภาพจิตที่ตนเผชิญมาอย่างยาวนาน โดยครั้งนี้เธอได้ร่วมปรากฏตัวพร้อมลูกสาว เจมี่-จีนส์ เพื่อเล่าเรื่องราวความทุกข์ใจที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจมานานหลายปี ซึ่งการปรากฏตัวในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการมาทำกิจกรรมทั่วไป แต่เป็นการส่งสัญญาณสำคัญเกี่ยวกับการใส่ใจสุขภาพกายและใจที่หลายคนอาจมองข้ามไป การเลือกที่จะเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวต่อสาธารณะชนถือเป็นความกล้าหาญที่ต้องการความเข้มแข็งมหาศาล และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะประเด็นสุขภาพจิตที่มักถูกปิดบังไว้เนื่องจากความกลัวในการถูกตัดสินจากคนรอบข้าง

การที่เธอเลือกที่จะเดินเคียงข้างลูกสาวในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความต้องการให้ลูกเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงเป็นการสื่อสารให้สังคมเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพใจควบคู่ไปกับอาชีพในวงการบันเทิง นก จริยา ได้เปิดเผยว่าเธอป่วยเป็นโรคแพนิกหรือโรควิตกกังวลเรื้อรังติดต่อกันนานถึง 5 ปี ซึ่งอาการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมอารมณ์หรือความคิดของตนเองได้ อาการแพนิกอาจทำให้หัวใจเต้นเร็ว หายใจไม่ออก และรู้สึกถึงความกลัวอย่างรุนแรง โดยเธอระบุว่าหนึ่งในความกังวลที่สุดคือความกลัวที่จะป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ทำให้เกิดอาการหลงลืม โดยเฉพาะการลืมใบหน้าหรือตัวตนของลูกสาวที่รักที่สุด ซึ่งเป็นจุดที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างมากและสร้างความวิตกกังวลทับถมในใจของเธอมาโดยตลอด ความกลัวนี้ไม่ได้เกิดจากอาการทางกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากความรู้สึกสูญเสียความทรงจำที่สำคัญต่อครอบครัว ซึ่งอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวและหน้าที่การงานของเธอได้
การเปิดเผยครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสุขภาพจิตในวงการบันเทิงที่มักถูกมองข้ามหรือถูกตีตรา นก จริยา ถือเป็นแบบอย่างสำคัญในการกล้าเผชิญหน้ากับความจริงและยอมรับการรักษา โดยเธอหวังว่าเรื่องราวของตนจะเป็นกำลังใจให้ผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกันมีกำลังใจในการขอความช่วยเหลือจากแพทย์และคนรอบข้าง ไม่จำเป็นต้องแบกรับความทุกข์ไว้คนเดียว การมีระบบสนับสนุนจากครอบครัวและสังคมจะช่วยลดความรุนแรงของอาการลงได้อย่างมาก สถานการณ์สุขภาพจิตเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมควรตระหนัก การยอมรับว่าตนเองไม่สบายใจไม่ใช่เรื่องน่าอาย การพูดคุยและเข้าใจกันจะช่วยลดความรุนแรงของปัญหาได้ ซึ่งการสนับสนุนทางจิตใจถือเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูอาการป่วยทางจิตให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ และควรสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่าโรคทางจิตเวชสามารถรักษาให้หายได้หากได้รับการดูแลที่ถูกต้อง

ปัจจุบันสังคมไทยเริ่มตระหนักถึงปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น การเปิดใจของดาราช่วยกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใส่ใจและตระหนักถึงอาการผิดปกติทางใจของตนเองมากขึ้น ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพจิต การมีข้อมูลที่ดีและความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยสร้างสังคมที่เอื้ออาทรต่อผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคนในสังคมต่อไป การให้ความสำคัญกับสุขภาพใจจึงไม่ควรถูกมองข้ามไปแม้ในวาระแห่งความบันเทิง และหวังว่าจะเกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการดูแลกันและกัน เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในการเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่ การลดอคติต่อผู้ป่วยจะช่วยให้พวกเขาเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ง่ายขึ้นและหายจากโรคได้เร็วขึ้น

ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!