เมนูชาวเน็ต

เข้าถึงทุกส่วนของเว็บได้ใน 1 แตะ

ศาลฎีกาพิพากษา ถอนสิทธิเลือกตั้ง เอกราช ช่างเหลา 10 ปี ยักยอก 396 ล้าน เงินสหกรณ์ฯ
ข่าวเด่น ข่าว 27 พ.ค. 2026, 09:39 · อ่าน 1 นาที · 1 ครั้ง

ศาลฎีกาพิพากษา ถอนสิทธิเลือกตั้ง เอกราช ช่างเหลา 10 ปี ยักยอก 396 ล้าน เงินสหกรณ์ฯ

ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเด็ดขาดในคดีความผิดฐานยักยอกทรัพย์และการกระทำผิดอื่น ๆ ซึ่งส่งผลให้ นายเอกราช ช่างเหลา ได้รับความเดือดร้อนทางกฎหมายอย่างรุนแรงและสูญเสียสิทธิทางการเมืองไปเป็นเวลา 10 ปี ตามรายงานข่าวระบุว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเช่นเดียวกัน ก่อนที่คดีจะถึงมือศาลฎีกาเพื่อยืนยันความผิดในที่สุด

รายละเอียดของคดีนี้มีความน่าสะพรึงกลัวต่อความเชื่อมั่นของสาธารณะ โดยผู้ต้องหาถูกตรวจพบว่ามีการนำเงินของ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อสวัสดิการของครูและผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ไปใช้ในทางที่ผิดอย่างชัดเจน โดยมีการยักยอกเงินรวมมูลค่าสูงถึง 396 ล้านบาท เพื่อนำไปหมุนเวียนเข้าบัญชีส่วนตัวของตนเอง

จากข้อมูลทางกฎหมายที่ปรากฏ ผู้ต้องหาได้ดำเนินการโอนเงินจำนวนมหาศาลออกจากบัญชีของสหกรณ์ เพื่อนำไปซื้อที่ดินส่วนตัวในหลายแปลง ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ยังมีการกระทำผิดเพิ่มเติมด้วยการปลอมแปลงเอกสารสิทธิและแก้ไขสมุดบัญชีเงินฝาก เพื่อให้การทุจริตเหล่านั้นดูเป็นไปตามกระบวนการทางบัญชีที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากคำพิพากษานี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบประชาธิปไตยและสิทธิของประชาชน ตามประมวลกฎหมายเลือกตั้ง สมาชิกสภานิติบัญญัติ หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น จะถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหากมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ซึ่งศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุก คำพิพากษาครั้งนี้จึงทำให้ผู้ต้องหามีสถานะเป็นบุคคลที่ขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือแม้แต่การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของตนเองเป็นเวลาสิบปีนับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด

กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบบัญชีทางการเงินในองค์กรสหกรณ์ รวมถึงการดูแลรักษาผลประโยชน์ของสมาชิกอย่างใกล้ชิด การกระทำผิดครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับสหกรณ์ครูขอนแก่นเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อสถาบันการเงินดังกล่าวอีกด้วย กระบวนการยุติธรรมของไทยได้แสดงบทบาทในการลงโทษผู้กระทำผิดให้ชัดเจน โดยศาลฎีกาในฐานะศาลสูงสุดได้ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและบทลงโทษให้สอดคล้องกับกฎหมาย ซึ่งถือเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับผู้บริหารองค์กรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการรักษาจริยธรรมและวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำรอยอีกครั้งในอนาคต

❤ ถูกใจ (0)

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!