ศาลรับฟ้องอดีตกรรมการ ป.ป.ช. คดีไม่อุทธรณ์หุ้นชินคอร์ป นัดสอบคำให้การ 30 มิ.ย.
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งรับฟ้องคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางสุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีไม่อุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ให้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนการถือครองหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว

ศาลได้นัดไต่สวนคำให้การของจำเลยทั้งสามในวันที่ 30 มิถุนายน 2568 โดยจำเลยที่ 1 คือนางสุภา ปิยะจิตติ จำเลยที่ 2 คือนายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร และจำเลยที่ 3 คือนายประวิทย์ เปรมปรีดิ์ อดีตผู้ตรวจสอบบัญชี โดยจำเลยที่ 3 ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลอนุญาตให้ประกันตัวด้วยวงเงิน 800,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต
คดีนี้สืบเนื่องมาจากการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเมื่อปี 2551 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ โดยปกปิดการถือครองหุ้นในบริษัทชินคอร์ปผ่านบุคคลอื่น ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ป.ป.ช. จึงมีคำสั่งให้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน แต่ในชั้นนั้น นางสุภา ในฐานะกรรมการ ป.ป.ช. ที่รับผิดชอบคดีร่วมกับกรรมการท่านอื่น ได้ลงมติไม่เห็นด้วยกับการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ทำให้คดีไม่ถูกนำขึ้นสู่ศาล

ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหม่ได้สอบสวนและเห็นว่าการกระทำของนางสุภาและพวกเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้รัฐเสียหาย จึงส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินคดี ซึ่งอัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
คดีนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการถือครองหุ้นของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาว่ามีการปกปิดข้อมูล ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบทรัพย์สินของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ การที่นางสุภาในฐานะกรรมการ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ยิ่งตอกย้ำถึงปัญหาในระบบการตรวจสอบที่อาจมีช่องโหว่
ทั้งนี้ จำเลยทั้งสามยังคงมีสถานะเป็นผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!