สกลธียกบทเรียนโควิด หวั่นพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านสอดไส้ เสนอตั้ง กมธ.วิสามัญ
นายสกลธี ภัททยานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยจุดยืนต่อกรณีการพิจารณาร่างพระราชกำหนดเงินกู้ระยะ 4 แสนล้านบาท โดยหยิบยกบทเรียนสำคัญจากกรณีที่ผ่านพระราชกำหนดเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ พ.ร.ก.เงินกู้โควิด-19 เป็นกรณีศึกษาเตือนย้ำ

เหตุผลสำคัญที่นำไปสู่การแสดงความกังวลดังกล่าว คือความจำเป็นในการป้องกันไม่ให้เกิดการซ้ำรอยปัญหาเดิมที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งมีประเด็นถกเถียงเรื่องความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมากในวงกว้าง สกลธีระบุว่า การผ่านกฎหมายงบประมาณขนาดใหญ่อย่างเร่งด่วน อาจเปิดช่องว่างให้มีการสอดแทรกเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเข้าไปในรายละเอียดของกฎหมาย หรือมีการซ่อนเงื่อนงำที่อาจส่งผลกระทบต่อความถูกต้องในการตรวจสอบได้ในอนาคต
เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาดังกล่าว สกลธีจึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาทำหน้าที่ตรวจสอบเป็นพิเศษเฉพาะเรื่อง โดยเน้นย้ำว่าต้องมีการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์อย่างถูกต้อง รัดกุม และตรวจสอบได้ การมีกลไกการตรวจสอบที่เข้มข้นนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่างบประมาณดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนและเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ไม่มีการรั่วไหลหรือการทุจริต

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและงบประมาณ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญถือเป็นกลไกสำคัญในการถ่วงดุลอำนาจในสภาผู้แทนราษฎร หากไม่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด อาจเกิดความเสี่ยงที่งบประมาณจะไม่ถึงมือผู้ได้รับประโยชน์จริง หรือเกิดการกระทำที่ผิดระเบียบกฎหมายซ้ำรอยเหตุการณ์ในอดีต สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันต้องการความรวดเร็วในการใช้จ่าย แต่ต้องควบคู่ไปกับความรับผิดชอบ การพิจารณาครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล
สกลธียังคงยืนยันว่ากระบวนการทางกฎหมายต้องเปิดกว้างและมีความเป็นประชาธิปไตย เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นและตรวจสอบได้ หากมีการดำเนินการตามข้อเสนอแนะดังกล่าว จะช่วยลดความขัดแย้งและสร้างความมั่นใจได้ว่าเงินกู้จำนวนมหาศาลนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด การตรวจสอบที่โปร่งใสจะส่งผลดีต่อการลงทุนและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!