เมนูชาวเน็ต

เข้าถึงทุกส่วนของเว็บได้ใน 1 แตะ

สมชัย นำทีมแจ้งความกลับ กกต. 10 คน 3 ข้อหา ยันถูกแจ้งความปิดปาก
ข่าวเด่น ข่าว 20 พ.ค. 2026, 08:43 · อ่าน 1 นาที · 0 ครั้ง

สมชัย นำทีมแจ้งความกลับ กกต. 10 คน 3 ข้อหา ยันถูกแจ้งความปิดปาก

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมกับทีมกฎหมายยื่นเรื่องต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจำนวน 10 คน ในข้อหาต่างๆ รวม 3 ข้อหาหลัก ได้แก่ การแจ้งความเท็จ การหมิ่นประมาท และการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า การถูกดำเนินคดีในครั้งนี้เป็นการกระทำที่ถูกวางแผนมาเพื่อปิดปาก ไม่ให้แสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการสังเกตการณ์การเลือกตั้งในพื้นที่ต่างๆ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่นายสมชัยและคณะได้เข้าไปทำหน้าที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งในหลายจังหวัด ซึ่งสร้างความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ กกต. บางส่วนที่มองว่ามีการเข้าไปขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะผู้สังเกตการณ์ จนนำไปสู่การร้องเรียนในเบื้องต้น แต่ครั้งนี้ฝ่ายนายสมชัยได้ตัดสินใจใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อโต้ตอบทันที โดยยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิดแต่อย่างใด และไม่ได้มีเจตนาขัดขวางกระบวนการเลือกตั้งตามที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้าง รวมถึงยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในขบวนการใดใดที่เกี่ยวข้องกับการล้มล้างการเลือกตั้ง

สำหรับการแจ้งความในข้อหาแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาทนั้น จะเกี่ยวข้องกับถ้อยคำที่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะขณะทำภารกิจ ซึ่งต้องพิจารณาว่ามีความจริงตามข้อเท็จจริงหรือไม่ ส่วนข้อหาตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นความผิดของเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนั้น ถือเป็นข้อหาที่รุนแรงและต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดว่าเจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหาได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือไม่ หรือมีเจตนาในการใช้กฎหมายเพื่อกลั่นแกล้งกันเอง ซึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องก่อนจะมีความเห็นส่งคดีไปยังอัยการ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของประชาชนต่อความน่าเชื่อถือของคณะกรรมการการเลือกตั้งในสถานการณ์ที่มีการแข่งขันทางการเมืองสูง หากมีการใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อปิดกั้นการตรวจสอบจากภาคประชาชนหรือผู้สังเกตการณ์อิสระ อาจทำให้เกิดข้อกังขาในความเป็นกลางขององค์กรกำกับดูแลการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบทางกฎหมายและสังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร และจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการเลือกตั้งอย่างไร

ปัจจุบันคดีนี้ยังไม่มีคำพิพากษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยฝ่ายนายสมชัยยังคงยืนยันจุดยืนว่าต้องการให้กระบวนการยุติธรรมเป็นธรรมและเปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบการเลือกตั้งได้อย่างอิสระโดยไม่ถูกดำเนินคดีโดยไม่มีเหตุอันควร การติดตามความคืบหน้าของคดีนี้จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนและภาคประชาสังคมควรจับตามองเพื่อดูว่ากระบวนการยุติธรรมจะจัดการความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนอย่างไร

❤ ถูกใจ (0)

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!