เมนูชาวเน็ต

เข้าถึงทุกส่วนของเว็บได้ใน 1 แตะ

สนธิยา ร้อง ปอท. ตรวจสอบ ปิยบุตร ปมยกเลิกองคมนตรี ส่อเข้าข่ายผิด ม.108-112
ข่าวเด่น ข่าว 25 พ.ค. 2026, 09:09 · อ่าน 1 นาที · 1 ครั้ง

สนธิยา ร้อง ปอท. ตรวจสอบ ปิยบุตร ปมยกเลิกองคมนตรี ส่อเข้าข่ายผิด ม.108-112

นพ.พิทักษ์ บุญเรือง หรือที่รู้จักในนาม สนธิยา ลิ้มทองกุล ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบความผิดต่อ นายปิยบุตร แสงหิรัญ นักกฎหมายและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง กรณีมีถ้อยความหรือโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นการยกเลิกตำแหน่งองคมนตรี โดยผู้ร้องระบุอย่างชัดเจนว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 108 และมาตรา 112 ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของราชอาณาจักรและสถาบันพระมหากษัตริย์

การยื่นคำร้องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มีการเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อออนไลน์เกี่ยวกับแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสถาบันทางการเมือง ซึ่ง นายสนธิยา มองว่าข้อความของ นายปิยบุตร อาจส่งผลกระทบความมั่นคงและกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ ทางด้านเจ้าหน้าที่ ปอท. เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องและพร้อมที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยเบื้องต้นจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานและหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรากฏในการเผยแพร่ข้อความดังกล่าวเพื่อนำเสนอต่อพนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณาว่ามีมูลความผิดเพียงพอต่อการดำเนินคดีหรือไม่

ในทางกฎหมาย มาตรา 108 และมาตรา 112 ถือเป็นหมวดความผิดอาญาแผ่นดินที่มีความสำคัญมาก มาตรา 108 เกี่ยวข้องกับการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ส่วนมาตรา 112 คุ้มครองความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ การกล่าวหาว่าเข้าข่ายความผิดดังกล่าวต้องอาศัยพยานหลักฐานที่ชัดเจนและไม่สามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นมาปกปิดการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงได้ การตรวจสอบจึงต้องทำอย่างรอบคอบเพื่อรักษาสิทธิของทุกฝ่ายตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ผู้ร้องยังได้เปิดเผยแผนการดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติม โดยระบุว่าในวันที่ 28 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ จะมีการยื่นหนังสือร้องเรียนเพิ่มในกรณีที่เกี่ยวข้องกับ นางรักชนก หรือ ไอซ์ รักชนก ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับประเด็นเดียวกันหรือมีเนื้อหาที่เข้าข่ายความผิดในลักษณะคล้ายคลึงกัน การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงกระแสความตื่นตัวในการใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของถ้อยคำที่เผยแพร่ในวงกว้าง และเป็นการสร้างความชัดเจนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้กรอบกฎหมายปัจจุบัน

ในส่วนของกระบวนการยุติธรรม กรณีนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบของพนักงานสอบสวน และยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือสั่งฟ้องในเบื้องต้น การตรวจสอบความผิดทางอาญาจะต้องอาศัยพยานหลักฐานที่ชัดเจนและเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าได้ตามประกาศของพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง โดยผลของการตรวจสอบอาจนำไปสู่การดำเนินคดีหรือสั่งไม่ฟ้องต่อไปตามหลักฐานที่มีอยู่ และต้องรอผลการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ

❤ ถูกใจ (0)

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!