วันนี้ (2 ก.ย.69) ความคืบหน้าล่าสุดจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า นายสุเมธ ซ้ายงาม นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ ลงพื้นที่ตรวจเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์และเก็บตัวอย่างกากของเสียกับน้ำเสียจากพื้นที่ เพื่อนำส่งห้องปฏิบัติการตรวจสารปนเปื้อน
กรมควบคุมมลพิษคาดว่าจะทราบผลภายใน 14 วัน ก่อนส่งข้อมูลให้กรุงเทพมหานครดำเนินการต่อ พร้อมตรวจคุณภาพดิน น้ำ และอากาศ เพื่อประเมินผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน และเตรียมติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศเพิ่มในชุมชนและจุดเสี่ยง
กากของเสียส่วนใหญ่เป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ จึงต้องควบคุมตั้งแต่การเก็บและขนย้ายไปจนถึงจุดกำจัด ส่วนการตรวจเบื้องต้นยังพบกลิ่นไหม้จากความร้อนสะสม แต่ระดับอากาศอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ใช้อุปกรณ์ป้องกัน
ด้านคดี พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วประมาณ 170 ราย และสอบปากคำแล้ว 138 ราย ขณะที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นการวางเพลิงหรืออุบัติเหตุออกจากการสอบสวน
การตรวจจุดต้นเพลิงต้องรอการรื้อหรือเคลื่อนย้ายโครงสร้างที่ถล่มลงมาอย่างปลอดภัย ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าสาเหตุเกิดจากอะไร
วิศวกรชี้ 5 ปัจจัยทำไฟลุกลามเร็ว
นายอมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ประเมินความเสียหายและตั้งข้อสังเกตว่า สินค้าและวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงจำนวนมาก การแบ่งพื้นที่เป็นร้านค้าจำนวนมาก โครงสร้างเสา–คานเหล็ก อาคารขนาดใหญ่ และประสิทธิภาพระบบน้ำดับเพลิง อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เพลิงลุกลามเร็ว
ความเห็นดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมเบื้องต้น ไม่ใช่ผลสรุปสาเหตุของคดี นายอมรระบุว่าโครงสร้างเหล็กหลายส่วนบิดเบี้ยวเสียรูปอย่างรุนแรง อาจมีความเป็นไปได้ต้องรื้อถอน และหากรื้อจะต้องจัดทำแผนโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันการถล่มซ้ำ
คุมไฟได้ แต่ยังมีจุดความร้อนใต้ซาก
The Standard รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตรวจพบจุดความร้อนจากกล้องอินฟราเรดของโดรน จึงต้องตัดโครงสร้างเหล็กที่พาดขวางก่อนเข้าดับด้านใน ส่วนการปะทุซ้ำบริเวณเคเอฟซีเมื่อวันก่อน ชัชชาติระบุว่าเกิดจากการปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปและควบคุมได้แล้ว
เหตุเริ่มเวลา 20.42 น. วันที่ 28 ส.ค. ก่อนควบคุมเพลิงได้ช่วงเช้าวันที่ 29 ส.ค. เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 11 ราย และร้านค้าประมาณ 300 ร้านได้รับความเสียหายตามรายงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตัวเลขทั้งหมดต้องรอการสำรวจและสรุปอย่างเป็นทางการ
คปภ.ประสานประกันภัยเร่งสำรวจสิทธิผู้เสียหาย
วันนี้ (30 ส.ค.) นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. สั่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยของผู้ได้รับผลกระทบ และประสานบริษัท เทเวศประกันภัย ให้สำรวจอาคาร ตรวจสอบกรมธรรม์ และประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการค่าสินไหมตามเงื่อนไข
คปภ.ระบุว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบประกันภัยของร้านค้า ทรัพย์สิน และรถยนต์ที่เสียหายด้วย หากพบว่ามีกรมธรรม์จะประสานบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบความคุ้มครองต่อไป การประสานงานนี้ยังไม่ใช่การอนุมัติจ่ายเงิน
ลงทะเบียนเยียวยา เตรียมเอกสารให้ครบ
ปภ.ประกาศให้พื้นที่คลองถมเซ็นเตอร์เป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินด้านอัคคีภัย ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค. ผู้ประสบภัยยื่นคำร้องได้ที่ฝ่ายปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เวลา 08.00–16.00 น.
เอกสารที่ควรเตรียม ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สัญญาเช่า บันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจที่ระบุรายละเอียดความเสียหาย และรูปภาพประกอบ หลังยื่นคำร้อง สำนักงานเขตจะตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการตามหลักเกณฑ์
FM91 รายงานยอดลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ 2 วันรวม 202 ราย แบ่งเป็นวันที่ 29 ส.ค. 181 ราย และวันที่ 30 ส.ค. เพิ่ม 21 ราย โดยผู้ประสบภัยที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนสามารถยื่นเรื่องที่สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายตามเวลาราชการ
ควันและฝุ่นยังต้องเฝ้าระวัง
เดลินิวส์รายงานว่าการตรวจเฉพาะจุดใกล้ซากอาคารก่อนหน้านี้พบ PM2.5 สูงประมาณ 640–800 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ PM10 ประมาณ 4,000–4,325 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นค่าที่วัด ณ จุดและเวลานั้น ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ขณะที่ชัชชาติระบุว่าการสุ่มตรวจทั่วกรุงเทพฯ ไม่พบก๊าซพิษร้ายแรง และค่าฝุ่นลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ไม่เป็นอันตรายแล้ว
ประชาชนควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ตามแนวกั้น หากยังเห็นควันหรือได้กลิ่นไหม้ให้ปิดประตูหน้าต่าง ลดกิจกรรมกลางแจ้ง และสวมหน้ากาก N95 เมื่อต้องออกนอกอาคาร โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว
สาเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สรุป
เจ้าหน้าที่ต้องรอให้โครงสร้างปลอดภัยก่อนให้กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจจุดต้นเพลิง ตำรวจระบุว่ายังไม่พบข้อมูลเชื่อมโยงชัดเจนว่าเป็นการวางเพลิง แต่ยังไม่ตัดประเด็นดังกล่าวออก ต้องรอผลตรวจจาก พฐ.เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง
