วันนี้ (2 ก.ย.69) กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 13 (180/2569) เวลา 17.00 น. ของวันที่ 1 ก.ย. ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์ เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน มีผลกระทบถึงวันที่ 2 ก.ย. 2569
ประกาศระบุว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่พายุโซนร้อน “โซเดล” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง จึงอาจมีฝนตกสะสมและเกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลาก
ฉบับใหม่เตือนฝนหนัก 4–7 ก.ย. เหนือ–อีสาน
วันนี้ (2 ก.ย.69) นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีฯ ออกประกาศฉบับที่ 1 (181/2569) เวลา 05.00 น. เตือนช่วงวันที่ 4–7 ก.ย. 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สาเหตุจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง ขอให้ประชาชนระวังฝนสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนพายุโซเดลคาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ไต้หวันช่วง 5–7 ก.ย. และไม่เคลื่อนเข้าสู่ไทย
อัปเดตค่ำนี้ ปภ.เตือน 4 จังหวัดริมแม่น้ำโขง
ปภ.แจ้งเตือนหนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร ให้เฝ้าระวังน้ำโขงเพิ่มสูงและอาจล้นตลิ่งช่วงวันที่ 1–6 ก.ย. 2569 โดยคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มประมาณ 2.0–4.8 เมตร จากอิทธิพลของร่องมรสุม ฝนหนัก และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
สถานีหนองคายมีแนวโน้มสูงกว่าระดับวิกฤตช่วง 2–4 ก.ย. และอาจสูงกว่าระดับวิกฤต 0.28 เมตรในวันที่ 4 ก.ย. ส่วนสถานีบึงกาฬเสี่ยงช่วง 2–5 ก.ย. และอาจสูงกว่าระดับวิกฤต 1.22 เมตรในวันที่ 5 ก.ย. ประชาชนพื้นที่ลุ่มต่ำควรยกของขึ้นที่สูงและติดตามประกาศทางการ
ฝนสะสมเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ระวังฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมซ้ำซาก
ประกาศฉบับที่ 13 เตือน 32 จังหวัด
ฝนตกหนักมาก: อุบลราชธานี
ฝนตกหนัก: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด
กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศและหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมซ้ำซาก
สทนช.เตือน 18 จังหวัด และน้ำโขงเสี่ยงล้นตลิ่ง
สทนช.เตือนระดับน้ำโขงใน 8 จังหวัดริมแม่น้ำ ได้แก่ เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 2–4.8 เมตร ช่วงวันที่ 31 ส.ค.–6 ก.ย. 2569 และอาจเอ่อล้นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขง
จุดที่ต้องเฝ้าระวังคือสถานีหนองคาย ซึ่งเสี่ยงสูงกว่าระดับวิกฤตช่วง 2–4 ก.ย. และสถานีบึงกาฬช่วง 2–5 ก.ย. ประชาชนริมแม่น้ำควรยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ และติดตามประกาศจากทางราชการ
นอกจากนี้ สทนช.ประกาศให้เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งใน 18 จังหวัดจนถึงวันที่ 2 ก.ย. โดยวันที่ 31 ส.ค. มีฝนสูงสุดที่เชียงใหม่ 122 มิลลิเมตร และสระบุรี 120 มิลลิเมตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำ 65% ของความจุ
คลื่นอันดามันสูง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองอาจสูงกว่า 3 เมตร ส่วนอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นราว 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่ง
ฉบับที่ 13 เป็นฉบับสุดท้ายของรอบก่อน
ประกาศฉบับที่ 13 เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์ฝนรอบวันที่ 1–2 ก.ย. 2569 ส่วนประกาศฉบับใหม่ที่ 1 (181/2569) เตือนฝนอีกระลอกช่วงวันที่ 4–7 ก.ย. โดยพายุโซนร้อนโซเดลคาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ไต้หวันและไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศก่อนเดินทางทุกครั้ง
