การเมือง การดีถูกฟ้องปม TH-AI Passport ยืนยันสู้คดี
‹ กลับหน้าแรก การเมือง

การดีถูกฟ้องปม TH-AI Passport ชี้อาจเป็นการฟ้องปิดปาก ยืนยันสู้คดี

ใหม่
เผยแพร่
สถานะ 1 ชม.ที่แล้ว

ภาพจาก The Standard และเดลินิวส์ · อัปเดต 30 ส.ค. เวลาไทย

การดี เลียวไพโรจน์แถลงข่าวพร้อมเอกสารกรณี TH-AI Passport

การดี เลียวไพโรจน์แถลงข่าวพร้อมเอกสาร · ภาพจาก The Standard

วันนี้ (30 ส.ค.69) ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงที่พรรค หลังได้รับหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องจากศาล ในคดีที่บริษัทผู้รับจ้างโครงการ TH-AI Passport เป็นโจทก์ยื่นฟ้องตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

เดลินิวส์และ The Standard รายงานตรงกันว่า คดีเกี่ยวข้องกับโพสต์บนเพจเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2569 และศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 28 ก.ย. 2569 รายละเอียดดังกล่าวเป็นขั้นตอนของคดี ยังไม่ใช่คำพิพากษาว่าฝ่ายใดมีความผิด

เจ้าตัวยืนยันโพสต์เป็นการตั้งคำถาม

การดีระบุว่า โพสต์ดังกล่าวเป็นการตั้งคำถามตามหลักวิชาการ หลักจริยธรรม และบทบาทของฝ่ายค้าน โดยไม่ได้ระบุชื่อหรือพาดพิงบริษัททั้งสองแห่ง พร้อมบอกว่าเมื่อวันที่ 27 ก.ค. ได้นำประเด็นไปยื่นเป็นหนังสือเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแล้ว

การดี เลียวไพโรจน์ถือเอกสารแถลงข่าวกรณี TH-AI Passport
การดี เลียวไพโรจน์ถือเอกสารระหว่างแถลงข่าว · ภาพจากเดลินิวส์

ตั้งคำถามว่าเข้าข่ายฟ้องปิดปากหรือไม่

การดีตั้งคำถามต่อสังคมว่า การใช้กระบวนการทางกฎหมายกับผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะอาจมีลักษณะเป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่ ข้อความนี้เป็นข้อสังเกตและความเห็นของเธอ ไม่ใช่ข้อสรุปของศาล

เธอยืนยันว่าไม่ได้มีประโยชน์ส่วนตัวจากการตรวจสอบโครงการ และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง รวมถึงจะทำหน้าที่ตรวจสอบต่อไป

การดี เลียวไพโรจน์แถลงพร้อมเอกสารในคดี TH-AI Passport
บรรยากาศการแถลงข่าวกรณีได้รับหมายนัดศาล · ภาพจาก The Standard

นัดไต่สวนมูลฟ้อง 28 กันยายน

ขั้นตอนต่อไปคือการไต่สวนมูลฟ้องตามวันที่ศาลนัด ก่อนที่คดีจะเดินหน้าต่อหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีคำวินิจฉัยในเนื้อหาคดี และคู่กรณีทุกฝ่ายยังมีสิทธิชี้แจงและต่อสู้ตามกระบวนการ

ประเด็นที่ต้องติดตามคือเอกสารโพสต์ที่เป็นข้อพิพาท ข้อกล่าวหาของโจทก์ และคำชี้แจงของการดีในชั้นศาล โดยไม่ควรใช้คำว่า “ฟ้องปิดปาก” เป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว

อ้างอิง / ที่มาภาพ: The Standard · เดลินิวส์