วันนี้ (1 ก.ย.69) พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (ผอ. JIC) แถลงจุดยืนฝ่ายไทยต่อสถานการณ์ชายแดน โดยขอให้ประชาคมระหว่างประเทศพิจารณาลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่ตัดตอนเฉพาะวันที่ไทยใช้กำลังตอบโต้
กรุงเทพธุรกิจและ The Bangkok Insight รายงานว่า ผอ. JIC ยืนยันจุดยืนฝ่ายไทยว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากใช้อาวุธ รุกล้ำ และยิงจรวด BM-21 ก่อน ส่วนไทยตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองและปกป้องอธิปไตย ไม่ใช่เพื่อยึดครองดินแดน
คำยืนยันของ JIC เป็นจุดยืนฝ่ายไทย
ผอ. JIC ระบุว่าการปฏิบัติการของไทยอยู่ภายใต้สิทธิในการป้องกันตนเองและหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่าต้องแยกแยะเป้าหมาย ใช้กำลังอย่างได้สัดส่วน และลดผลกระทบต่อพลเรือน
ข้อกล่าวหาเรื่องใครเป็นฝ่ายเริ่มยิงเป็นคำชี้แจงของแต่ละฝ่ายที่ยังมีรายละเอียดต่างกัน บทความนี้จึงรายงานว่าเป็นจุดยืนของศูนย์ข่าวสารฝ่ายไทย ไม่สรุปแทนการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือการเจรจาระหว่างประเทศ
ย้ำใช้กลไกที่ตกลงร่วมกัน
ถ้อยแถลงระบุว่า ทั้งสองฝ่ายควรคงกำลังทหารไว้ ณ ตำแหน่งปัจจุบัน หลีกเลี่ยงการยั่วยุและข้อมูลเท็จ และรอกระบวนการปักปันเขตแดน โดยเสนอให้ใช้กลไกที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันแก้ปัญหา
ผอ. JIC ระบุว่าการทำงานของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา หรือ JBC จะเดินหน้าได้เมื่อพื้นที่มีความปลอดภัย พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดการยั่วยุ ลดภัยจากทุ่นระเบิด และเคารพข้อตกลงหยุดยิง
คำกล่าวของแต่ละฝ่ายยังแตกต่างกัน
ก่อนหน้านี้บทความชิ้นนี้รายงานถ้อยแถลงของนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ต่อคำกล่าวของฮุน เซน ซึ่งเป็นอีกช่วงหนึ่งของข้อพิพาท โดยประเด็นชายแดนยังมีคำกล่าวของแต่ละฝ่ายแตกต่างกัน การติดตามต่อไปควรยึดเอกสารทางการและกลไกเจรจาระหว่างประเทศ
