วันนี้ (30 ส.ค.69) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้าการขยายผลคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น หลังตำรวจจับกุมนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย และนางนวพร เจ้าหน้าที่ อบต. ใน จ.ศรีสะเกษ
การเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 28 ส.ค. ตำรวจระบุว่าผู้ต้องหาทั้งสองให้ความร่วมมือในการสอบสวน โดยนายประวิทย์ให้การภาคเสธ แต่ให้ข้อมูลบางส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อการขยายผล และนัดนำหลักฐานมาชี้แจงเพิ่มเติมวันที่ 8 ก.ย.นี้
ตำรวจพบผู้เสียหายคาดกว่า 100 ราย
ตำรวจระบุว่ารูปแบบของขบวนการมีการเปิดรับโควตาผู้ที่ต้องการรับราชการและส่งต่อเป็นเส้นสาย โดยพบลักษณะคล้ายกันในหลายจังหวัด จากข้อมูลที่รวบรวมได้ คาดว่ามีผู้เสียหายมากกว่า 100 ราย
ในจำนวนนี้มีประมาณ 57 รายที่จ่ายเงินแล้วมีชื่อสอบได้และได้รับการบรรจุ ส่วนอีกกว่า 40 รายจ่ายเงินแล้วไม่ได้ตำแหน่งและไม่ได้รับเงินคืน ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลจากการสอบสวนในขณะนี้ ยังต้องตรวจสอบคำให้การและหลักฐานของแต่ละราย
เรียกผู้ได้รับการบรรจุสอบเป็นรายคน
ตำรวจเตรียมเรียกผู้ที่มีชื่อสอบได้และได้รับการบรรจุ 57 รายมาสอบสวนเป็นรายบุคคล เพื่อพิสูจน์ว่าได้ตำแหน่งจากการทุจริตหรือสอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง จึงยังไม่ควรเหมารวมว่าทั้งหมดมีความผิด
สำหรับผู้ที่ใช้เส้นสายจนได้รับการบรรจุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการ โดยต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของแต่ละราย
ป.ป.ช.ร่วมไต่สวน ตำรวจทำคดีคู่ขนาน
เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อให้เข้ารับราชการ สำนวนส่วนใหญ่อยู่ในอำนาจการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ซึ่งแต่งตั้งผู้บังคับการ บก.ปปป. และผู้บังคับการกองปราบปรามร่วมเป็นคณะไต่สวน
ผู้เสียหายที่มีหลักฐานสามารถเข้าแจ้งความกับ บก.ปปป. หรือ บก.ป. ได้ ตำรวจระบุว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานทำคดีคู่ขนานกับ ป.ป.ช.
ยังเป็นคดีที่ต้องรอการพิสูจน์
พล.ต.ต.จรูญเกียรติระบุว่ามั่นใจว่าหลักฐานจะขยายไปถึงผู้เกี่ยวข้องระดับสูงได้ แต่ข้อกล่าวหาและข้อมูลจากการสอบสวนยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ ผู้ต้องหายังมีสิทธิต่อสู้คดีและถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
