วันนี้ (1 ก.ย.69) ความคืบหน้าคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นอยู่ทั้งในส่วนการเพิกถอนการบรรจุและการดำเนินคดีอาญา โดยกระทรวงมหาดไทยยืนยันเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ว่า การถอดถอนผู้ได้รับการบรรจุเสร็จสิ้นครบ 100% ตามกรอบเวลา
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ระบุว่า จากผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนทั้งหมด 5,925 ราย มีผู้ได้รับการบรรจุและต้องถูกเพิกถอน 3,868 ราย ส่วนผู้ที่ยังไม่บรรจุจะไม่ถูกเรียกเข้ารับการบรรจุ
ตัวเลขผู้ถูกเพิกถอนมีรายงานต่างกันเล็กน้อย
รายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายนิรัตน์และสื่อหลายสำนักระบุจำนวนผู้ได้รับการบรรจุที่ต้องถูกเพิกถอน 3,868 ราย ขณะที่รายงานคำชี้แจงของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุ 3,864 ราย โดยทั้งสองรายงานตรงกันว่าการดำเนินการเสร็จสิ้นครบ 100% จากกลุ่มคะแนนผิดปกติ 5,925 ราย
สำหรับผู้ที่ลาออกไปแล้ว 146 ราย ยังอยู่ในกลุ่มผู้ถูกเพิกถอนตามข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย และการลาออกไม่ทำให้พ้นความรับผิดทางกฎหมาย ส่วนผู้มีคะแนนผิดปกติที่ยังไม่ได้บรรจุจะไม่ถูกเรียกเข้ารับการบรรจุ
คดีอาญายังแยกตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง
ตำรวจเตรียมเรียกผู้ที่มีชื่อสอบได้และได้รับการบรรจุ 57 รายมาสอบสวนเป็นรายบุคคล เพื่อพิสูจน์ว่าได้ตำแหน่งจากการทุจริตหรือสอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง จึงยังไม่ควรเหมารวมว่าทั้งหมดมีความผิด
สำหรับผู้ที่ใช้เส้นสายจนได้รับการบรรจุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการ โดยต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของแต่ละราย
ป.ป.ช.ร่วมไต่สวน ตำรวจทำคดีคู่ขนาน
เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อให้เข้ารับราชการ สำนวนส่วนใหญ่อยู่ในอำนาจการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ซึ่งแต่งตั้งผู้บังคับการ บก.ปปป. และผู้บังคับการกองปราบปรามร่วมเป็นคณะไต่สวน
ผู้เสียหายที่มีหลักฐานสามารถเข้าแจ้งความกับ บก.ปปป. หรือ บก.ป. ได้ ตำรวจระบุว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานทำคดีคู่ขนานกับ ป.ป.ช.
ยังเป็นคดีที่ต้องรอการพิสูจน์
พล.ต.ต.จรูญเกียรติระบุว่ามั่นใจว่าหลักฐานจะขยายไปถึงผู้เกี่ยวข้องระดับสูงได้ แต่ข้อกล่าวหาและข้อมูลจากการสอบสวนยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ ผู้ต้องหายังมีสิทธิต่อสู้คดีและถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
