ฝนตกหนักต่อเนื่องจากร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้หลายพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเผชิญน้ำท่วมฉับพลัน โดยจุดที่ถูกจับตาหนักในช่วง 9–10 สิงหาคม 2569 คือจังหวัดนครพนมและแม่ฮ่องสอน พร้อมคำเตือนระดับน้ำโขงที่สูงใกล้จุดวิกฤต
นครพนม — ฝน 107.9 มม. ท่วมเมือง
ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ฝนตกหนักถึงหนักมากช่วงเช้าวันที่ 9 ส.ค. โดยสถานีอุตุฯ วัดปริมาณฝนได้ 107.9 มิลลิเมตร มวลน้ำบนถนนระบายไม่ทัน เอ่อเข้าบ้านเรือน ร้านค้า และร้านอาหาร ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าและของใช้ในบ้านเสียหาย รถบางคันดับกลางทาง
ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ระบุลักษณะฝนครั้งนี้หนักสุดในรอบเกือบ 30 ปี และสั่งระดมเครื่องสูบน้ำเพิ่มเพื่อระบายลงแม่น้ำโขง หลังติดตั้งเครื่องสูบเพิ่ม ระดับน้ำท่วมในเมืองเริ่มลดลง ขณะที่ระดับน้ำโขงวันอาทิตย์วัดได้ราว 10.77 เมตร ห่างจุดวิกฤตเพียงประมาณ 1.23 เมตร
แม่ฮ่องสอน — น้ำปายทะลัก สะพานชูตองเป้เสียหาย
ฝั่งภาคเหนือ แม่น้ำปายล้นตลิ่งท่วมพื้นที่เกษตร โดยเฉพาะนาข้าวที่ต้นกล้าจมน้ำเกิน 3 วัน ความเสียหายรายงานกว่า 100 ไร่ ที่สะพานชูตองเป้ มีไม้ลอยมากระแทกโครงสร้างจนรอยขาดขยายเกือบ 10 เมตร
รายงานสื่อยังระบุว่าแม่น้ำแม่สะเรียงเซาะตลิ่งลึกประมาณ 5 เมตร ยาวกว่า 30 เมตร บ้านริมน้ำบางหลังเสี่ยง รั้วพัง ส่วนทางหลวง 1095 มีดินโคลนและต้นไม้ปิดเส้นทางเข้าแม่ฮ่องสอน แม่น้ำสาละวินยังสูงต่อเนื่อง อบต.แม่สามแลบเตือนชุมชนริมน้ำ 4 แห่งให้นำของมีค่าขึ้นที่สูง
คำเตือนต่อเนื่อง
- กรมอุตุฯ เตือนเหนือ–อีสาน–กลาง–ตะวันออก ยังมีฝนหนักบางแห่ง
- กทม. ฝนประมาณ 40–60% ของพื้นที่ถึงวันอังคาร แล้วลดเหลือ 20–40% ถึงราว 15 ส.ค.
- หน่วยงานน้ำเตือนโขงอาจขึ้นอีก 1.0–1.5 เมตรในช่วงต้น–กลางเดือน
- ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า และดินโคลนถล่มในพื้นที่ลาดชันใกล้ลำห้วย
ชาวเน็ตจะอัปเดตเมื่อมีตัวเลขความเสียหายหรือประกาศอพยพเพิ่มจากจังหวัด
