วันนี้ (25 ส.ค.69) เวลา 09.30 น. ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1802/2568 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนางสาวสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม จำเลยให้การปฏิเสธ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยนำสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ปลอมปนในอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภคบริโภค ให้นางสาวดาริณี หรือฟ้า ผู้ตายรับประทาน เพื่อเอาผลประโยชน์จากการฉ้อโกง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 236, 238 และ 289
ศาลฟังพยานโจทก์มัด — ลงโทษบทหนักสุดประหารชีวิต
ศาลพิเคราะห์ว่าแพทย์นิติเวชและพิษวิทยาโรงพยาบาลศิริราชผู้ผ่าศพพบอวัยวะภายในล้มเหลวจากสารพิษไซยาไนด์ จำเลยอยู่กับผู้ตายใกล้ระยะออกฤทธิ์ หลังจากแยกจากกันผู้ตายชัก เกร็ง น้ำลายฟูมปาก แล้วหมดสติ ซึ่งตรงกับอาการได้รับสารนี้
ศาลเห็นว่าจำเลยเป็นหนี้ผู้ตายและมีหนี้สินอื่นจนชำระไม่ได้ จึงเชื่อว่าทำให้สารไซยาไนด์เข้าสู่ร่างกายผู้ตาย พยานโจทก์มีน้ำหนักปราศจากข้อสงสัย พยานจำเลยหักล้างไม่ได้
พิพากษาว่ามีความผิดตามมาตรา 289 (4) (7), 238 ประกอบ 236 เป็นกรรมเดียวผิดหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อเอาผลประโยชน์จากความผิดอื่นหรือปกปิดความผิด ซึ่งเป็นบทหนักสุด ลงโทษประหารชีวิต เมื่อลงโทษประหารแล้วไม่นับโทษต่อ คำขออื่นให้ยก
เหยื่อเสียชีวิตปี 63 ที่สามพราน — คดีนี้เป็นสำนวนที่สื่อนับเป็นคดีที่ 7
นางสาวดาริณีเสียชีวิตวันที่ 13 ธันวาคม 2563 ที่ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นเจ้าหนี้จำเลย 60,000 บาท และเป็นสมาชิกร่วมวงแชร์
ไทยโพสต์และท็อปนิวส์ระบุว่าสำนวนนี้เป็นคดีที่ 7 จากที่อัยการยื่นฟ้องราว 15 คดี และเป็นคำพิพากษาประหารชีวิตคดีที่ 2 ของแอม ก่อนหน้านี้ศาลเคยยกฟ้องบางสำนวน เช่น คดีวางยาฆ่านางมณฑาทิพย์ และคดีพี่น้อยแม่ค้าขายผัก เพราะหลักฐานไม่พอ
จำเลยยังมีสิทธิอุทธรณ์ตามกฎหมาย คำพิพากษาวันนี้ยังไม่ถึงที่สุด
