เมื่อวันที่ 23 ส.ค.69 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพล ประชุมนาน 19 ชั่วโมง แล้วเสร็จเวลา 05.00 น. ของวันที่ 24 ส.ค. รวม 163 ตำแหน่ง
ตำแหน่งรองผู้บัญชาการและผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่มีปัญหาใหญ่ เน้นอาวุโสตามลำดับ ส่วนผู้บัญชาการในหน่วยงานหลักอย่างสอบสวนกลาง นครบาล ตระเวนชายแดน สันติบาล และภูธรภาค 9 ยังเป็นคนเดิม
นพศิลป์ขยับคุมตรวจคนเข้าเมือง
จุดที่ถูกจับตาคือ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายร้อยตำรวจรุ่น 46 ซึ่งลงทำคดีนอมินีต่างด้าวกับพล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถูกขยับเป็นผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ท่ามกลางปัญหาอาชญากรข้ามชาติ
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ขยับเป็นผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ จากพิสูจน์หลักฐานไปคุมภูธรภาค 3 พื้นที่อีสานใต้ พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ไปนั่งผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และพล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ขึ้นผู้บัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
มีเสียงวิจารณ์เรื่องอาวุโส — ยังต้องเข้า ก.ตร.
ไทยพีบีเอสระบุว่าปีนี้มีเสียงวิจารณ์ว่าการแต่งตั้งบางตำแหน่งอาจไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ที่ให้คำนึงถึงอาวุโสร้อยละ 50 แล้วดูความรู้ความสามารถประกอบ โดยเฉพาะผู้บังคับการที่ขึ้นจากรองผู้บังคับการเพียง 4 ปี มีถึง 6 นาย
โผนี้ยังไม่จบที่บอร์ดกลั่นกรอง ต้องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในวันที่ 28 ส.ค. เพื่อให้ทันกรอบกฎหมายที่ต้องทำให้เสร็จภายในเดือนสิงหาคม ก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ
