สิ่งแวดล้อม ปลดล็อกนกกรงหัวจุก แต่ห้ามล่าใน 40 เขต
‹ กลับหน้าแรก สิ่งแวดล้อม

ปลดล็อกนกกรงหัวจุก แต่ห้ามล่าในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 40 แห่ง

เผยแพร่
อัปเดตล่าสุด

ภาพจริงจาก TNews และไทยโพสต์ · อัปเดตประกาศห้ามล่านกกรงหัวจุกในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 40 แห่ง

นกปรอดหัวโขนหรือนกกรงหัวจุก

นกปรอดหัวโขนหรือนกกรงหัวจุก · ภาพจาก TNews

วันนี้ (2 ก.ย.69) กฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้เป็นวันที่ 2 หลังราชกิจจานุเบกษาประกาศเมื่อ 31 ส.ค. โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงนามปลดนกปรอดหัวโขน หรือ “นกกรงหัวจุก” ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง

กฎกระทรวงดังกล่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 ส.ค. และกำหนดให้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ จึงเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2569

ยกเลิกลำดับที่ 576 ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง

ไทยพีบีเอสรายงานว่า กฎกระทรวงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และยกเลิกลำดับที่ 576 ของสัตว์ป่าคุ้มครองที่มิใช่สัตว์น้ำ จำพวกนก ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงปี 2567

นกชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pycnonotus jocosus การเปลี่ยนสถานะมีเหตุผลเพื่อสืบสานวิถีและวัฒนธรรมการเลี้ยงนกในภาคใต้ สนับสนุนการเพาะพันธุ์ และลดแรงจูงใจในการล่านกจากธรรมชาติ

กิจกรรมการเลี้ยงนกกรงหัวจุกและกรงนก
กิจกรรมเกี่ยวกับการเลี้ยงนกกรงหัวจุก · ภาพจากไทยโพสต์

เปิดทางเพาะเลี้ยงและซื้อขายตามกฎหมาย

ไทยโพสต์รายงานว่า การปลดออกจากบัญชีคุ้มครองเปิดทางให้ประชาชนเพาะเลี้ยงและซื้อขายนกกรงหัวจุกได้ภายใต้กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ต้องการต่อยอดให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจและสร้างรายได้แก่ชุมชน

การเปลี่ยนสถานะไม่ได้หมายความว่าสามารถจับนกจากป่ามาครอบครองได้ เพราะกรมอุทยานแห่งชาติฯ ย้ำให้ควบคุมและป้องกันการจับนกจากธรรมชาติ พร้อมผลักดันระบบติดตามและทำเครื่องหมายเพื่อให้ตรวจสอบแหล่งที่มาได้

กฎกระทรวงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569 ในราชกิจจานุเบกษา
กฎกระทรวงที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ภาพจากไทยโพสต์

ห้ามล่าในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเพิ่ม 40 แห่ง

วันนี้ (2 ก.ย.69) ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกฉบับมีผลบังคับใช้ เพิ่มนกปรอดหัวโขนหรือนกกรงหัวจุกในบัญชีชนิดสัตว์ป่าที่ห้ามล่าของเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 40 แห่ง แม้นกจะพ้นจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองแล้วก็ตาม

รายชื่อ 40 เขต: ทะเลน้อย, บึงบอระเพ็ด, ป่าพรุ, อ่างเก็บน้ำบางพระ, ดอยสุเทพ, ถ้ำละว้า–ถ้ำดาวดึงส์, วัดตาลเอน, วัดไผ่ล้อมและวัดอัมพุวราราม, บึงเกริงกะเวียและหนองน้ำซับ, เขาพระแทว, ภูเขาไฟกระโดง, วัดถ้ำระฆัง–เขาพระนอน, ป่ากราด, บึงฉวาก, ถ้ำผาท่าพล, เขาใหญ่–เขาหน้าผาตั้งและเขาตาพรม, คลองลำชาน, ป่ารังไก่, แหลมตะลุมพุก, เขาปะช้าง–แหลมขาม, หนองน้ำขาว, พรุค้างคาว, เขาประทับช้าง, ถ้ำเจ้าราม, หนองหานกุมภวาปี, ถ้ำประทุน, เขากระปุก–เขาเตาหม้อ, ดูนลำพัน, ชะอำ, พันท้ายนรสิงห์, ลำนางรอง, บึงละหาน, สองแคว, กุดทิง, บ่อโพธิ์–ปักธงชัย, บางยาง, พุทธบาทชนแดน, แม่มาย, ห้วยทับเสลา–ห้วยระบำ และศรีสวัสดิ์

กรมอุทยานฯ ยังต้องควบคุมการเพาะเลี้ยงและตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเข้มงวด การปลดล็อกจึงไม่ใช่การเปิดทางให้นำนกจากธรรมชาติมาจับหรือซื้อขายได้โดยอัตโนมัติ

ธรรมชาติยังต้องได้รับการคุ้มครอง

กรมอุทยานฯ ระบุว่าจะติดตามสถานภาพและจำนวนประชากรนกในธรรมชาติอย่างใกล้ชิด รวมถึงเฝ้าระวังไม่ให้นกจากกรงเลี้ยงหลุดไปกระทบระบบนิเวศ

หากพบว่าประชากรนกลดลงหรือมีความเสี่ยงต่อการกระจายพันธุ์และการสูญพันธุ์ หน่วยงานสามารถเสนอให้นำนกปรอดหัวโขนกลับเข้าสู่บัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองได้อีกครั้ง

นกปรอดหัวโขนในกรงเลี้ยงหลังการเปลี่ยนสถานะทางกฎหมาย
ภาพนกปรอดหัวโขนจริงสำหรับประกอบข่าว · ภาพจาก TNews
อ้างอิง / ที่มาภาพ: ไทยพีบีเอส · ไทยโพสต์ · กรมประชาสัมพันธ์ · TNews · ไทยพีบีเอส (ห้ามล่าเพิ่ม 40 เขต) · ไทยรัฐ (ประกาศกระทรวง)